{top menu}

{Date Time}

|

⚡ ข่าวล่าสุด:
กำลังโหลดข่าวล่าสุดจาก Thai ASEAN Post...

วันพฤหัสบดีที่ 26 มีนาคม พ.ศ. 2569

SHR กางแผนปี 2569 ชู 3 กลยุทธ์เด็ด ปั้นกำไร New High ยกระดับพอร์ตโรงแรมสู่ระดับพรีเมียมทั่วโลก



เอส โฮเทล แอนด์ รีสอร์ท (SHR) ผู้นำธุรกิจโรงแรมระดับนานาชาติในเครือ สิงห์ เอสเตท ประกาศทิศทางธุรกิจปี 2569 ภายใต้แนวคิด “Scaling to New Heights, Unlocking Greater Value” หลังโชว์ผลงานปี 2568 สุดแกร่ง คว้ากำไรดำเนินงานปกติสูงสุดเป็นประวัติการณ์กว่า 615 ล้านบาท พร้อมปันผลสูงสุดที่ 0.07 บาทต่อหุ้น



นายไมเคิล มาร์แชล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร SHR เผยว่าในปีที่ผ่านมาบริษัทประสบความสำเร็จในการดึงดูดกลุ่มลูกค้ากำลังซื้อสูง และบริหารต้นทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ สำหรับปี 2569 นี้ SHR ตั้งเป้าผลักดัน Portfolio RevPAR ให้เติบโตอีก 20-25% และดัน EBITDA margin สู่ระดับ 30% ผ่าน 3 กลยุทธ์หลัก ดังนี้:



1. Asset Rotation: บริหารพอร์ตเชิงรุก เน้นคุณภาพเหนือปริมาณ

ปรับพอร์ตในอังกฤษ: เตรียมจำหน่ายโรงแรม 15 แห่งในสหราชอาณาจักรที่มีโอกาสทำกำไรจำกัด เพื่อนำเงินไปชำระหนี้ดอกเบี้ยสูงและเพิ่มสภาพคล่อง


รุกตลาดไทย: เตรียมงบลงทุน 3,000–3,500 ล้านบาท ขยายการลงทุนในประเทศไทย ซึ่งเป็นตลาดที่บริษัทมีความเชี่ยวชาญ เพื่อสร้างการเติบโตในระยะยาว



2. Asset Enhancement: อัปเกรดสินทรัพย์สู่ระดับพรีเมียมไลฟ์สไตล์

รีแบรนด์ครั้งใหญ่: จับมือ The Ascott Limited เปลี่ยนโฉม 4 โรงแรมในอังกฤษสู่แบรนด์ไลฟ์สไตล์อย่าง The Unlimited Collection และ lyf คาดดันราคาห้องพัก (ADR) พุ่งสูงขึ้น 20–30%



ยกระดับประสบการณ์หรู: * SAii Phi Phi Island Village: ปรับปรุงวิลล่าบนเนินเขาใหม่ทั้งหมด


SAii Maldives Lagoon: เพิ่มสระว่ายน้ำส่วนตัวให้วิลล่าเหนือน้ำ และสร้างวิลล่าใหม่เพิ่มอีก 18 หลัง รองรับกลุ่มไฮเอนด์



3. Experience-Led Brand Growth: สร้างความต่างด้วยประสบการณ์

ชูจุดเด่นแบรนด์ SAii และแบรนด์ในเครือ Ascott ผ่านแนวคิดการท่องเที่ยวเชิงประสบการณ์ เช่น Quietcations (การพักผ่อนที่เน้นความสงบ), แพ็กเกจสุขภาพแบบองค์รวม, และกิจกรรมรักษ์โลกอย่างการเพาะฟื้นฟูปะการัง เพื่อตอบโจทย์นักเดินทางยุคใหม่ที่ใส่ใจความยั่งยืน



เดินหน้าธุรกิจควบคู่ความยั่งยืน (Sustainability)

SHR ยังคงให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อม โดยตั้งเป้าใช้พลังงานหมุนเวียนและติดตั้งโซลาร์เซลล์เพิ่มในไทยและมัลดีฟส์ (ปัจจุบันผลิตไฟฟ้าใช้เองได้กว่า 14%) พร้อมรักษาสัดส่วนพื้นที่ความหลากหลายทางชีวภาพไม่น้อยกว่า 30% โดยโครงการ CROSSROADS Maldives ได้รับการยอมรับในระดับสากลให้เป็นพื้นที่อนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพ (OECMs) แห่งแรกและแห่งเดียวจากบริษัทไทย



“SHR กำลังก้าวสู่เฟสใหม่ของการเติบโต เรามุ่งเน้นการลงทุนในสินทรัพย์ที่มีศักยภาพสูง เพื่อยกระดับความสามารถในการทำกำไรให้ยั่งยืนและเหนือกว่าเดิม” นายไมเคิล กล่าวทิ้งท้าย



#SHR #SinghaEstate #สิงห์เอสเตท #ธุรกิจโรงแรม #การท่องเที่ยว2026 #หุ้นโรงแรม

กระทรวงอุตสาหกรรม มอบรางวัล CSR-DIW 3 ระดับ เชิดชูโรงงานต้นแบบ“อุตสาหกรรมดี อยู่คู่ชุมชนอย่างยั่งยืน”

 



กระทรวงอุตสาหกรรม โดยกรมโรงงานอุตสาหกรรม เดินหน้าส่งเสริมภาคอุตสาหกรรมไทยให้เติบโตควบคู่กับชุมชนและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน จัดพิธีมอบรางวัล CSR-DIW ประจำปี 2568 เพื่อเชิดชูโรงงานอุตสาหกรรมที่ดำเนินธุรกิจด้วยความรับผิดชอบต่อสังคมตามมาตรฐานของกรมโรงงานอุตสาหกรรม พร้อมผลักดันแนวคิด “อุตสาหกรรมดี อยู่คู่กับชุมชนอย่างยั่งยืน” ในวันพุธที่ 25 มีนาคม พ.ศ. 2569 โดยมี ดร.ธนกร วังบุญคงชนะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม  ประธานในพิธีสรุปผลการดำเนินงาน โครงการส่งเสริมโรงงานอุตสาหกรรมให้มีความรับผิดชอบต่อสังคมและชุมชน เพื่อเป้าหมายการพัฒนาเศรษฐกิจชุมชนและจัดการสิ่งแวดล้อมของเมืองอย่างยั่งยืน ประจำปีงบประมาณ 2568 พร้อมมอบรางวัล CSR-DIW Awards และ CSR-DIW Continuous Awards ณ รอยัล จูบิลี่ บอลรูม อิมแพ็ค เมืองทองธานี 


สำหรับโครงการนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อยกระดับอุตสาหกรรมดี อยู่คู่ชุมชนอย่างยั่งยืน (CSR-DIW to MIND for Sustainability) ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 พร้อมมอบโล่รางวัลและเกียรติบัตรแก่โรงงานอุตสาหกรรมที่ผ่านการรับรองมาตรฐานความรับผิดชอบต่อสังคมของผู้ประกอบการ (CSR-DIW) เพื่อยกย่ององค์กรที่ดำเนินธุรกิจควบคู่การดูแลสิ่งแวดล้อม สังคม และชุมชนอย่างยั่งยืน


โดยภายในงานมีการมอบ 3 ประเภทรางวัล ได้แก่ รางวัล CSR-DIW Award ต่อเนื่อง 10 ปี สำหรับโรงงานที่รักษามาตรฐาน CSR-DIW อย่างต่อเนื่องครบ 10 ปี รางวัล CSR-DIW Continuous Award สำหรับโรงงานที่ดำเนินการตามมาตรฐานอย่างต่อเนื่อง รางวัล CSR-DIW Award สำหรับโรงงานที่ผ่านการรับรองมาตรฐานครั้งแรกเพื่อเชิดชูองค์กรอุตสาหกรรมที่ดำเนินธุรกิจด้วยความรับผิดชอบต่อสังคม และเป็นต้นแบบในการพัฒนาอุตสาหกรรมที่เติบโตควบคู่กับชุมชน ภายใต้แนวคิด “อุตสาหกรรมดี อยู่คู่กับชุมชนอย่างยั่งยืน”


ดร.ธนกร วังบุญคงชนะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวว่า กระทรวงอุตสาหกรรมมุ่งขับเคลื่อนภาคอุตสาหกรรมให้เป็นกลไกสำคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ ควบคู่กับการดูแลสิ่งแวดล้อมและคุณภาพชีวิตของประชาชน โดยส่งเสริมให้ผู้ประกอบการดำเนินธุรกิจด้วยความรับผิดชอบต่อสังคม สร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ทั้งพนักงาน คู่ค้า ผู้บริโภค และชุมชนในพื้นที่ เพื่อให้ภาคอุตสาหกรรมสามารถเติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืน


ด้านกระทรวงอุตสาหกรรมยังให้ความสำคัญกับการยกระดับภาคอุตสาหกรรมสู่มาตรฐานต่าง ๆ รวมถึง มาตรฐาน CSR-DIW (Corporate Social Responsibility Department of Industrial Works) ซึ่งเป็นกลไกสำคัญในการสร้างความไว้วางใจระหว่างโรงงานอุตสาหกรรมกับชุมชน รวมทั้งส่งเสริมการดำเนินธุรกิจที่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อม ความปลอดภัย และการพัฒนาสังคมโดยรอบ


ทั้งนี้กรมโรงงานอุตสาหกรรมได้ดำเนินการส่งเสริมมาตรฐาน CSR-DIW มาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี พ.ศ. 2551 เพื่อผลักดันให้โรงงานอุตสาหกรรมพัฒนาองค์กรไปสู่การเป็นธุรกิจที่รับผิดชอบต่อสังคม โดยปัจจุบันมีโรงงานอุตสาหกรรมที่ได้รับการรับรองมาตรฐานดังกล่าวแล้วมากกว่า 1,300 โรงงานทั่วประเทศ และมีโรงงาน ขอการรับรองต่อเนื่องทุกปี เพื่อยกระดับมาตรฐานการดำเนินธุรกิจให้สอดคล้องกับการพัฒนาที่ยั่งยืน


สำหรับปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 มีโรงงานอุตสาหกรรมสมัครเข้าร่วมโครงการเป็นจำนวนมาก และมีโรงงานที่ได้รับรางวัลในปีนี้ถึง 600 รางวัล โดยแบ่งออกเป็นรางวัล CSR-DIW Award 46 รางวัล, รางวัล CSR-DIW Continuous Award ต่อเนื่อง 10 ปี จำนวน 139 รางวัล, และรางวัล CSR-DIW Continuous Award 415 รางวัล โดยทุกโรงงานผ่านกระบวนการให้คำปรึกษา (Coaching) และการทวนสอบ (Verification) ตามมาตรฐาน CSR-DIW นอกจากนี้ โครงการยังสนับสนุนการพัฒนา เมืองอุตสาหกรรมเชิงนิเวศ ในพื้นที่เป้าหมายทั่วประเทศ เพื่อสร้างสมดุลระหว่างการเติบโตทางเศรษฐกิจ การอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม และคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่ นำไปสู่ต้นแบบ “เมืองน่าอยู่ คู่อุตสาหกรรม” ที่ชุมชนและภาคอุตสาหกรรมสามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างเกื้อกูลและยั่งยืน


ดร.ธนกร วังบุญคงชนะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมเปิดเผยว่า กระทรวงอุตสาหกรรมมุ่งมั่นขับเคลื่อนภาคอุตสาหกรรมของประเทศให้เป็นกลไกสำคัญในการกระตุ้นเศรษฐกิจ ควบคู่กับการดูแลสิ่งแวดล้อมและสร้างความเข้มแข็งให้กับชุมชน เพื่อให้เกิดการพัฒนาและสามารถพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืน ทั้งนี้ กระทรวงอุตสาหกรรมได้ขับเคลื่อนนโยบายการปฏิรูปอุตสาหกรรมใน 3 ด้านสำคัญ ได้แก่

การปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด โดยเฉพาะการจัดการกากอุตสาหกรรม น้ำ อากาศ ดิน และความปลอดภัย

ดัน อุตสาหกรรมไทย ให้ดำเนินธุรกิจอย่างรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม

การสร้างความเชื่อมั่นในการประกอบกิจการ เพื่อให้อุตสาหกรรมสามารถอยู่ร่วมกับชุมชนได้อย่างยั่งยืน


ภาคอุตสาหกรรมต้องเป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนาชุมชน สร้างงาน สร้างอาชีพ และสร้างรายได้ให้กับคนในพื้นที่ซึ่งมาตรฐาน CSR-DIW ถือเป็นหนึ่งในเครื่องมือสำคัญที่ช่วยสร้างความไว้วางใจต่อผู้มีส่วนได้เสีย ไม่ว่าจะเป็นพนักงาน คู่ค้า ผู้บริโภค ชุมชน และหน่วยงานกำกับดูแล” รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมกล่าว พร้อมกันนี้ยังได้แสดงความยินดีและชื่นชมโรงงานอุตสาหกรรมที่ได้รับรางวัล ซึ่งถือเป็นต้นแบบของการดำเนินธุรกิจอย่างรับผิดชอบต่อสังคม และเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญในการยกระดับภาคอุตสาหกรรมไทยให้สามารถแข่งขันได้อย่างเป็นธรรม โดยเฉพาะผู้ประกอบการ SMEs รวมถึงสนับสนุนการพัฒนาอุตสาหกรรมเศรษฐกิจใหม่ที่สอดรับกับการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจของประเทศ


ด้าน จ่าเอก ยศสิงห์ เหลี่ยมเลิศ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวว่า กระทรวงอุตสาหกรรมดำเนินงานตามนโยบายของประเทศที่มุ่งเน้นการขับเคลื่อนเศรษฐกิจภายใต้แนวคิด “เพิ่มรายได้ ลดรายจ่าย ขยายโอกาส” โดยส่งเสริมให้อุตสาหกรรมไทยนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมมาพัฒนากระบวนการผลิต เพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม เพิ่มความปลอดภัยในโรงงาน และยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนที่อาศัยอยู่ร่วมกับภาคอุตสาหกรรม และมุ่งปรับอุตสาหกรรมสู่วิถีใหม่ โดยให้ความสำคัญกับการพัฒนาอย่างสมดุล ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม ควบคู่กับการกระจายรายได้และสร้างความเข้มแข็งให้กับชุมชน


ด้าน ดร.ณัฐพล รังสิตพล ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวว่า การขับเคลื่อนภาคอุตสาหกรรมในปัจจุบันจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ภายใต้แนวคิด “MIND AS ONE” ซึ่งสะท้อนถึงการรวมพลังของภาครัฐ ภาคอุตสาหกรรม และภาคประชาชน ให้เดินหน้าไปในทิศทางเดียวกัน เพื่อสร้างการพัฒนาอย่างสมดุลทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม


การดำเนินโครงการ CSR-DIW นับเป็นหนึ่งในกลไกสำคัญที่ช่วยเชื่อมโยงความร่วมมือดังกล่าวให้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม โดยเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการได้พัฒนาองค์กรควบคู่กับการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีต่อชุมชนรอบข้าง สร้างความเชื่อมั่น และลดความขัดแย้งในพื้นที่


ขณะที่ นายพรยศ กลั่นกรอง อธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรม กล่าวว่า กรมโรงงานอุตสาหกรรมได้ดำเนินโครงการ CSR-DIW อย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี พ.ศ. 2551 จนถึงปัจจุบัน รวมระยะเวลากว่า 17 ปี โดยมีโรงงานอุตสาหกรรมทั่วประเทศเข้าร่วมและได้รับการรับรองมาตรฐาน CSR-DIW แล้วมากกว่า 1,300 โรงงาน


สำหรับปี 2568 โครงการ “ส่งเสริมโรงงานอุตสาหกรรมให้มีความรับผิดชอบต่อสังคมและชุมชน เพื่อยกระดับอุตสาหกรรมดี อยู่คู่ชุมชนอย่างยั่งยืน (CSR-DIW to MIND for Sustainability)” มีเป้าหมายในการผลักดันให้โรงงานอุตสาหกรรมดำเนินธุรกิจอย่างรับผิดชอบต่อสังคม ทั้งในด้านการบริหารจัดการสิ่งแวดล้อม ความปลอดภัย การดำเนินธุรกิจอย่างมีธรรมาภิบาล และการสร้างความร่วมมือกับชุมชนรอบโรงงาน สะท้อนให้เห็นถึงบทบาทของภาคอุตสาหกรรมในการพัฒนาเศรษฐกิจชุมชน สร้างงาน สร้างอาชีพ และยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่


โครงการ CSR-DIW จึงถือเป็นอีกหนึ่งกลไกสำคัญในการผลักดันภาคอุตสาหกรรมไทยให้เติบโตอย่างมีความรับผิดชอบ พร้อมสร้างสมดุลระหว่างการพัฒนาเศรษฐกิจ การดูแลสิ่งแวดล้อม และการอยู่ร่วมกับชุมชนอย่างยั่งยืน



เริ่มแล้ววันนี้ งานใหญ่ที่สายเที่ยวรอคอย “เทศกาลเที่ยวเมืองไทย ครั้งที่ 44”



ปีนี้เขาจัดเต็มแบบตะโกน ยกความฟินจาก 5 ภูมิภาคทั่วไทยมาไว้ที่ศูนย์สิริกิติ์ที่เดียว
ภายใต้คอนเซปต์ "สุขทันทีที่เที่ยวไทย" บอกเลยว่าเดินงานเดียวเหมือนได้วาร์ปไปทั่วประเทศ
ไฮไลต์ 9 โซนห้ามพลาด :
🌊 โซนภาคตะวันออก – สีสันบูรพา คาเฟ่ลับ อาหารทะเลจัดเต็ม
🌾 โซนอีสาน – ม่วนซื่นวิถีศรัทธา 5 Senses + ของแซ่บห้ามพลาด
🏝️ โซนภาคใต้ – GO SOUTH เสน่ห์ทะเลใต้ Immersive + สายกินต้องโดน
🏡 โซนภาคกลาง – อู่ข้าวอู่น้ำ วัฒนธรรม + เมืองสร้างสรรค์ UNESCO
⛰️ โซนภาคเหนือ – Season of North แอ่วล้านนา มูเตลู กาดนวด
🇹🇭 โซนAmazing Thailand – นิทรรศการ แคมเปญดัง AI Photo Booth & Fan Meet
🌱 โซน Sustainability – เที่ยวอย่างใส่ใจ โลกยั่งยืน Zero Waste
🤝 โซนพันธมิตร & ห้าง ททท. – ดีลท่องเที่ยว แพ็กเกจสุดคุ้ม
🎤 โซนเวทีกลาง – คอนเสิร์ต ศิลปินดัง การแสดงวัฒนธรรมจัดเต็ม
.
📍 พิกัด: ชั้น G ฮอลล์ 1-4 ศูนย์สิริกิติ์ (QSNCC)
🚇 เดินทางง่ายมาก: MRT สถานีศูนย์ฯ สิริกิติ์ ทางออก 3
📅 ตั้งแต่วันนี้ – 29 มีนาคม 2569
⏰ 10.00 – 21.00 น.
🎟️ เข้าร่วมงานฟรี
.
.

จังหวัดปทุมธานีโดยสำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดปทุมธานีจัดโครงการส่งเสริมและยกระดับศักยภาพการท่องเที่ยวจังหวัดปทุมธานี

  



 

   จังหวัดปทุมธานีโดยสำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดปทุมธานีจัดโครงการส่งเสริมและยกระดับศักยภาพการท่องเที่ยวจังหวัดปทุมธานี  กิจกรรมพัฒนาฟื้นฟูและส่งเสริมการท่องเที่ยวตลาดวิถีชุมชนจังหวัดปทุมธานี



ในวันที่ 17 มีนาคม 2569ณ ห้อง Terrace Lobby โรงแรมทินิดี บางกอก กอล์ฟ คลับ ตำบลบางกะดี อำเภอเมืองปทุมธานี จังหวัดปทุมธานี



   จังหวัดปทุมธานีเป็นจังหวัดที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ปริมณฑลติดกับกรุงเทพมหานคร มีพื้นที่ติดกับแม่น้ำเจ้าพระยา มีศักยภาพความหลากหลายของทรัพยากรการท่องเที่ยวที่มีการผสมผสานกันทั้งการท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ เชิงวัฒนธรรม เชิงเกษตรและวิถีชีวิตพื้นถิ่นที่เรียบง่าย ตลอดจนมีประเพณี วัฒนธรรมและอาหารการกินที่ผสมผสานที่เป็นเอกลักษณ์ โดยเฉพาะย่านตลาดเก่า ซึ่งดำรงวิถีชีวิตชุมชนสืบต่อกันมายาวนาน มีตลาดเก่าที่เป็นที่รู้จักและมีชื่อเสียงหลายแห่ง อาทิเช่น ตลาดระแหง 100 ปี อำเภอลาดหลุมแก้ว, ตลาดอิงน้ำสามโคก อำเภอสามโคก, ตลาดน้ำวัดศาลเจ้า อำเภอเมืองปทุมธานี และตลาดร้อยปีคลอง 12 หกวาอำเภอลำลูกกา จังหวัดปทุมธานี เป็นต้น



   ดังนั้นเพื่อเป็นการส่งเสริมและประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวของจังหวัดปทุมธานีอย่างต่อเนื่องสามารถยกระดับให้เป็นที่ยอมรับและเป็นที่รู้จักในตลาดท่องเที่ยวระดับประเทศ จึงมีความจำเป็นอย่างสูงที่จะพัฒนาและฟื้นฟูตลาดเก่าทั้งสี่แห่งนี้ให้เป็นที่รู้จักแก่นักท่องเที่ยว และเพิ่มกิจกรรมที่น่าสนใจในตลาดสามารถดึงดูดใจนักท่องเที่ยวและกระตุ้นเศรษฐกิจชุมชนในพื้นที่จังหวัดปทุมธานีได้



   กำหนดการโครงการฯ ดังนี้

1.งานแถลงข่าว ในวันที่ 17 มีนาคม 2569 ณ โรงแรมทินิดี บางกอก กอล์ฟ คลับ เวลา 13.30 - 14.30 น.

2.งานอบรมพัฒนา ฟื้นฟู และส่งเสริมการท่องเที่ยวตลาดวิถีชุมชน จังหวัดปทุมธานี ในวันที่ 17 มีนาคม 2569 ณ โรงแรมทินิดี บางกอก กอล์ฟ คลับเวลา 08.00 - 17.00 น. 

3.กิจกรรมเปิดตลาดท่องเที่ยว วิถีชุมชน (ตลาดอิงน้ำสามโคก อำเภอสามโคก) ในวันที่ 21 - 22 มีนาคม 2569

4.กิจกรรมเปิดตลาดท่องเที่ยว วิถีชุมชน (ตลาดวัดศาลเจ้า อำเภอเมือง) ในวันที่ 28 - 29 มีนาคม 2569 ซึ่งในตลาดวัดศาลเจ้า จะมีพิธีเปิดงานอย่างยิ่งใหญ่ และพลาดไม่ได้กับศิลปิน ที่เรารู้จักดีในนาม พระเอกลิเกเงินล้าน ศรราม น้ำเพชร เวลา 09.00 น. เป็นต้นไป

5.กิจกรรมเปิดตลาดท่องเที่ยว วิถีชุมชน (ตลาดระแหง 100 ปี อำเภอลาดหลุมแก้ว) ในวันที่ 4 - 5 เมษายน 2569

6.กิจกรรมเปิดตลาดท่องเที่ยว วิถีชุมชน (ตลาดคลอง 12 หกวา อำเภอลำลูกกา) ในวันที่ 11 - 12 เมษายน 2569






เพจสำนักงานท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดปทุมธานี

https://www.facebook.com/share/1A1bnndTNg/?mibextid=wwXIfr